User name:
 Password:
  สิ่งสำคัญภายในวัด
     อุโบสถ วัดโพธิคุณ  
     หอภูมิทัศไนย์(ศาลาการเปรียญ)  
     หอสังฆาลัยธรรมรส(หอฉัน)  
     หอธรรมโฆษณ์พิศาล(หอระฆัง)  
     ความหมายป้ายชื่อวัด  
     อาศรมฤาษีไพรี  
     สัญลักษณ์ประจำวัด  
     Video นำชมวัดโพธิคุณ  
     Clip Video ทำบุญที่เขมร  
  VDO ภาพพระประธาน
     พระประธาน  
  ธรรมมะ-หลวงพ่อมหาวิบูลย์
     พระธรรมเทศนา-โพชฌงค์ ๗  
  กองทัพธรรม ธรรมยาตรา
     กรุงเทพฯ - สุรินทร์- อุดรมีชัย  
   2008 - 11    
November
SMTWTFS
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30      
 ประวัติความเป็นมา

 

                                               โพธิคุณารามุปฺปตฺติ

                                         (การอุบัติของวัดโพธิคุณ)

                                                           *****

                    วัดโพธิคุณ (ห้วยเตย)  ตั้งอยู่ใกล้ถนนสายเอเซียตาก-แม่สอด  หลักกิโลเมตรที่ 69  อยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่สอด 11 กิโลเมตรพอดี  ห่างจากเนินพิศวงประมาณ 500 เมตร  ตั้งอยู่เลขที่ 64/1 หมู่ที่ 6  ต. แม่ปะ  อ. แม่สอด  จ. ตาก  63110  แต่ละปีมีพระภิกษุ-สามเณรอยู่จำพรรษาไม่แน่นอน  แต่ก็ไม่เคยต่ำกว่า 20 รูป  ทั้งนี้วัดโพธิคุณเป็นวัดฝ่ายอรัญวาสี  ซึ่งมีกฎระเบียบอยู่ว่า  พระภิกษุสามเณรต้องนำพาธุระทั้งสองอย่างไปพร้อมๆกัน  คือ 
                    ๑.  คันถะธุระ  ได้แก่  การศึกษาเล่าเรียนทั้งนักธรรมและบาลีอันเป็นพุทธพจน์   
                    ๒.  วิปัสสนาธุระ  ได้แก่  การปฏิบัติภาวนาทั้งสมถะภาวนาและวิปัสสนาภาวนา 
ทั้งสองธุระนี้เป็นหน้าที่ของผู้บวชเข้ามาในพระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะละเลยมิได้  ต้องศึกษาเรียนรู้แล้วปฏิบัติให้ดีงามตามสมควร 

                    การก่อสร้างวัดโพธิคุณนั้นได้รัตนบุรุษสองท่านคือ  ท่านหนึ่งหาทุนเพื่อการดำเนินการ  และอีกท่านหนึ่งนั้นสละทั้งชีวิตและจิตใจทุ่มเทถวายตัวเป็นพุทธบูชา  โดยไม่ยอมรับค่าตอบแทนใดๆจากทางวัดเลย  สร้างอุโบสถและศาลาการเปรียญเป็นสถาปัตยกรรมซึ่งมีศิลปะงดงาม  พร้อมทั้งจัดอาณาบริเวณอันเป็นพุทธสถานไว้อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ  เป็นดังการเนรมิตของพระวิษณุ  ฉะนั้น
                    สถานที่ตั้งวัดโพธิคุณก่อนปีพุทธศักราช 2523  ยังเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ  ไม่เคยมีที่พักสงฆ์  สำนักสงฆ์  หรือวัดมาก่อนเลย  มีประชาชนในตัวอำเภอแม่สอดมาจับจองแผ้วถางทำไร่พืชผักผลไม้อยู่ 5 เจ้าของด้วยกัน  ประชาชนหมู่ที่ 6  ตำบลแม่ปะเป็นชาวพุทธทั้งสิ้น  เพราะมีร่องรอยที่จะทำเป็นที่พักสงฆ์อยู่ทั้งที่บ้านห้วยหินฝนและบ้านห้วยเตย (เรื่องชื่อบ้านนั้นเอาไว้เล่าในเรื่องสันติเกนิทาน )  แต่ไม่มีพระภิกษุ-สามเณรมาอยู่ประจำ  ทั้งนี้ทั้งนั้นยากแก่การสันนิษฐาน  แต่พออนุมานได้ว่า  อาจเป็นเพราะสถานที่ตรงนี้ขณะนั้นยังมีไข้ป่า  เช่น ไข้มาลาเรียชุกชุมก็เป็นได้  และชาวบ้านโดยรวมมีความเป็นอยู่ไม่ค่อยจะสมบูรณ์นัก   ส่วนมากมีอาชีพรับจ้างและหาของป่ายังชีพกันตามมีตามได้  และความเป็นอยู่ก็กระจัดกระจายเปลี่ยนแปลงโยกย้ายกันอยู่ตามที่ที่จับจองห่างๆกัน  ไฟฟ้าไม่มีใช้  น้ำกินน้ำใช้ก็อาศัยน้ำตามลำธาร  ยังไม่มีระบบการบริหารและจัดการให้เป็นองค์รวมอย่างมีกฎเกณฑ์เหมือนอย่างเป็นหมู่บ้านแล้วในปัจจุบันนี้

ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2523  มีพระเที่ยวกัมมัฏฐานสายปฏิบัติของพระโพธิญาณเถระ (หลวงพ่อชา  สุภทฺโท)  วัดหนองป่าพง  จังหวัดอุบลราชธานี  สองรูปด้วยกัน  คือพระอาจารย์วิจิตรและพระอาจารย์ถาวร  ได้มาปักกลดบำเพ็ญสมณธรรม อยู่บริเวณบ้านห้วยเตย  ประชาชนในหมู่บ้านนอกจากจะถวายอาหารบิณฑบาตกับท่านแล้ว  ยังมีโอกาสสนทนาธรรมกับท่านและได้นิมนต์ให้ท่านอยู่นานๆ  และได้พาขึ้นมาดูที่ตรงที่สร้างวัดในปัจจุบันนี้  เมื่อท่านทั้งสองรูปมาเห็นที่แล้วก็พอใจ  และได้ปักกลดบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ใต้ต้นขนุนใกล้ลำธารน้ำ  ประชาชนในหมู่บ้านทั้งบ้านห้วยเตยและบ้านห้วยหินฝน  โดยการนำของ คุณครูประสิทธิ์  สิทธิสงคราม  คุณโยมประภาส  บินทวิหค  และคุณโยมชัย  กันเกตุ  ตกลงที่จะสร้างวัดขึ้น  และได้ติดต่อเจ้าของที่ทั้ง 5 เจ้าของนั้น  เจ้าของที่บางรายเมื่อทราบว่าชาวบ้านหมู่ที่ 6 ต้องการจะสร้างวัด  บางเจ้าของได้ถวายที่ให้โดยไม่คิดค่าตอบแทนใดๆ  แต่บางรายขอค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย  เมื่อปัญหาเรื่องที่จากเจ้าของที่จับจองไม่มีปัญหาแล้ว  เรื่องที่จะต้องดำเนินการต่อไปคือเรื่องทางราชการบ้านเมือง  คือกรมป่าไม้  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ประจวบกับเวลานั้นอาตมาภาพ  พุทฺธญาณภิกฺขุ  ซึ่งมีสังกัดอยู่วัดอินทารามวรวิหาร  ตลาดพลู  ธนบุรี  กรุงเทพมหานคร  กลับ จากไปจำพรรษาที่วัดไทยพุทธคยา  ประเทศอินเดียในพรรษาปี 2522  เดินทางถึงวัดอินทารามวรวิหาร  เกิดลางสังหรณ์ในใจอยู่ว่า  เราคงหมดที่พึ่งแล้วกระมัง  เพราะพระเดชพระคุณหลวงพ่อวิเชียรมุนี  ซึ่งเป็นอธิบดีสงฆ์  คือเป็นเจ้าอาวาสและเป็นพระนิสยาจารย์ของอาตมาภาพ  ได้มรณภาพจากไปก่อนหน้าอาตมาภาพเดินทางกลับมาถึงแต่วันที่ 4  ธันวาคม  พ.ศ. 2522  และในระหว่างที่ร่วมบุญในงานศพของพระเดชพระคุณท่านนั่นเอง  ก็ได้รับหนังสือบอกลงไปจาก คุณโยมสิงห์น้อย  ชาพรม  บ้านแม่ตาว  อำเภอแม่สอด  จังหวัดตาก ว่า สหธรรมิก ของอาตมาภาพทั้งสองรูปดังกล่าวแล้ว  ได้มาพักบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ยังที่ตั้งวัดในปัจจุบันนี้  และในหนังสือยังเน้นไปด้วยว่า  สหธรรมิกทั้งสองรูปต้องการพบเป็นพิเศษ  ขอให้ขึ้นมาพบกับท่านด้วย  เมื่อทราบงานพระราชทานเพลิงศพของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระวิเชียรมุนีเป็นที่ชัดเจนแล้ว  ต้นเดือนกุมภาพันธ์ปี 2523  เตรียมบริขารเดินทางขึ้นมา  ในระยะนั้นทางขึ้นมายังที่ตั้งวัดเป็นป่ารกทึบด้วยป่าไผ่และวัชพืช  ต่ำลงไปก็เป็นป่าพงที่หนาทึบมาก  เมื่อเดินทางโดยการนำของคุณโยมสิงห์น้อย  ชาพรม  ก็ได้พบท่านทั้งสองเป็นเวลาใกล้ค่ำแล้ว  หลังผ่านการถามทุกข์-สุขของกันและกันพอสมควรแล้ว  ท่านทั้งสองได้ปรารภให้ฟังว่า  ประชาชนในหมู่บ้านต้องการจะให้สร้างเป็นวัดขึ้นในที่ดังกล่าวนี้  อาตมาภาพพิจารณาดูอาณาบริเวณแล้ว  ก็บอกกับท่านทั้งสองว่า  ถ้าทำได้ก็จะดีมากเพราะป่าเขาลำธารน้ำอุดมสมบูรณ์ดีอย่างยิ่ง  เป็นเหมือนมีขอบเขตที่แบ่งไว้เป็นการเฉพาะ  เนื่องจากมีภูเขาเป็นเหมือนเขตที่ชัดเจน  และอยู่ห่างจากชุมชนดีมาก  สงบสงัดปราศจากสิ่งรบกวนเหมาะสมที่จะเป็นวัดฝ่ายอรัญวาสี (วัดป่า)  สำหรับบำเพ็ญสมณธรรมของผู้ใฝ่ความสงบทางจิตวิญญาณ  เมื่อท่านพร้อมที่จะอยู่เพื่อให้ประชาชนเขาสร้างวัดก็สมควร  และสำหรับผมเองมีอะไรจะช่วยเหลือได้ก็จะช่วยตามกำลังความสามารถ

จากการสนทนาเป็นที่เข้าใจกันดีแล้ว  ท่านทั้งสองก็ได้นำพาอาตมาภาพขึ้นไปพักที่กุฏิหญ้าคาเชิงดอยที่สร้างเสร็จแล้ว  กุฏิหลังดังกล่าวยังอนุรักษ์ไว้เป็นอนุสรณ์หลังหนึ่งจนถึงปัจจุบันนี้  และท่านทั้งสองก็ได้กลับลงไปพักที่บริเวณต้นน้ำซึ่งท่านแขวนกลดพักอยู่ใต้ต้นขนุน  ในช่วงตอนต้นของค่ำคืนนั้น  หลังจากสวดมนต์ไหว้พระเจริญสมณธรรมตามปกติแล้ว  ได้พิจารณาพระธรรมวินัยที่ประพฤติปฏิบัติอยู่และดูความรู้สึกในจิตใจของตน  ก็นึกแปลกใจอยู่อย่างว่า  ทำไม ? จิตใจของเราพอมาถึงสถานที่แห่งนี้แล้ว  เหมือนกับมีความอบอุ่นอะไรบางอย่างเกิดขึ้นอย่างประหลาด  ทำให้นึกถึงคำเตือนของครูบาอาจารย์ฝ่ายปฏิบัติที่ท่านเคยเตือนอยู่ว่า  “ถ้าไปถึงที่ใด  แล้วมีความรู้สึกว่าเหมือนกับสถานที่เหล่านั้นเป็นที่อยู่ของตน  ตรงนั้นจะต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง  เพราะอาจเป็นอันตรายต่อการปฏิบัติธรรมที่เราจะต้องดำเนินต่อไปให้ดีที่สุดก็ได้”  และก็เผลอหลับไป  ในการหลับไปของคืนแรกเป็นเรื่องแปลกมาก  ฝันเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนอย่างกับเป็นเรื่องจริงๆที่เจอ  และพบเห็นสิ่งที่ไม่น่าจะเป็น  จนเวลาใกล้อรุณพอรู้สึกตัวตื่นขึ้นพยายามทบทวนความฝันก็ยังนึกแปลกใจว่า  ทำไม ? ฝันยืดยาวเป็นเรื่องเป็นราวอย่างนี้  ฝันอย่างใดนั้นเอาไว้เล่าในการเขียนนิทานเกิดวัดโพธิคุณก็แล้วกัน  เพราะในที่นี้เพียงต้องการให้รู้ประวัติวัดโดยย่อๆเท่านั้น  พอได้อรุณก็พากันเที่ยวโคจรบิณฑบาต  เพราะบ้านประชาชนในระยะนั้นอยู่กระจัดกระจายห่างออกไปไกลมาก  บางแห่งถึงสามกิโลเมตรก็มี  และได้อยู่บำเพ็ญสมณธรรมกับสหธรรมิกจวนเวลาใกล้งานพระราชทานเพลิงศพ  พระเดชพระคุณพระวิเชียรมุนี  ต้นเดือนเมษายน 2523   จึงได้ลาท่านทั้งสองเดินทางลงกรุงเทพ ฯ  กลับไปวัดอินทารามวรวิหาร

และเมื่องานพระราชทานเพลิงศพของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระวิเชียรมุนีผ่านไปแล้ว  แต่กลางเดือนเมษายน 2523 ก็ยังไม่ได้เดินทางไปไหน  เพราะพระเดชพระคุณพระราชธรรมาภรณ์ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันขอร้องให้อยู่ช่วยกันก่อน  เพราะอาตมาภาพมาอยู่ในนิสสัยของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระวิเชียรมุนีตั้งแต่ปี 2500  ได้ทั้งคันถะธุระและแนวทางทางวิปัสสนาธุระเริ่มต้นจากที่นี่  จึงตั้งใจว่าจะอยู่ช่วยเป็นธุระให้กับทางวัดสักระยะหนึ่ง  แต่แล้วทุกอย่างที่ว่าเป็นลางสังหรณ์ก็เริ่มปรากฏเป็นความจริงขึ้น  เมื่อเวลาใกล้พรรษาในปีดังกล่าว  ก็ได้รับหนังสือบอกลงไปจากคุณโยมครูประสิทธิ์  สิทธิสงคราม  ว่าขอนิมนต์ขึ้นมาอยู่จำพรรษา ณ ที่พักสงฆ์ด้วย  เพราะไม่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา  และบอกไปด้วยว่าสหธรรมิกทั้งสองรูปของอาตมาภาพ  คือพระอาจารย์ถาวรและพระอาจารย์วิจิตร  ได้เดินทางกลับไปวัดหนองป่าพงแล้ว  เมื่อทราบจากหนังสือก็แปลกใจอยู่เหมือนกันว่า  ทำไม ?  ท่านทั้งสองจึงจากไปเสียทั้งที่บอกว่าจะอยู่เพื่อให้ประชาชนเขาสร้างวัด  และก็น่าจะส่งข่าวให้ทราบบ้างก็ไม่ส่งข่าวอะไรเลย  แต่เมื่อญาติโยมเขานิมนต์แล้วก็ต้องไป  จึงลาผู้รักษาการเจ้าอาวาสเดินทางขึ้นไป  ท่านผู้รักษาการได้ให้พระบวชใหม่เป็นพระอนุจรติดตามขึ้นไปสองรูป  และในพรรษาแรกเป็นที่พักสงฆ์มีพระอยู่จำพรรษาร่วมกัน 4 รูป  เพราะก่อนเข้าพรรษาไม่กี่วันมีพระภิกษุเดินทางมาจากอำเภอสวนผึ้ง  จังหวัดราชบุรี  มาอยู่จำพรรษาด้วยอีกหนึ่งรูป  ก็อยู่จำพรรษากันมาด้วยความเรียบร้อยตลอดไตรมาส

ออกพรรษาไม่นาน  มีหลายๆอย่างเป็นเรื่องท้าทายทั้งคนและภูมิอันลึกลับ  ซึ่งทำให้ทิฐิที่เขาว่านั่นแหละทิฐิพระ  ได้ตัดสินใจทันทีว่าจะต้องทำให้ได้ถ้ายังไม่ตายเสียก่อน  และก็เป็นคำสั่งของครูบาอาจารย์ฝ่ายปฏิบัติได้สั่งด้วยว่า  “ท่านควรเอาความตายเป็นธงชัยปักไว้บนดอยให้เขาได้ดูสักองค์หนึ่ง  ในฐานะพระเที่ยวกัมมัฏฐานอย่างพวกเรา”  ในระยะดังกล่าวนั้นก็ได้ให้นามที่พักสงฆ์ว่า “ที่พักสงฆ์สวนโพธิญาณอรัญวาสี”  เพื่อเป็นการถวายเกียรติแก่พระสายกัมมัฏฐาน  คือพระโพธิญาณเถระ (หลวงพ่อชา  สุภทฺโท) ด้วย  เรื่องรายละเอียดนั้นเอาไว้เล่าในนิทานเกิดวัดโพธิคุณ  จากนั้นอาตมาภาพเดินทางลงกรุงเทพฯ คือวัดอินทารามวรวิหารและได้บอกความตั้งใจที่จะสร้างวัดขึ้นให้อดีตท่านรองอธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง  คือคุณอุทัย  มนธาตุผลิน ทราบ  และเดินทางกลับขึ้นมาที่พักสงฆ์ในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2524  ปรากฏว่า น.อ. พิเศษ อาวุธ  สะมะพันธ์  ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผบ. นพค. 33 กรป. กลาง  ได้นำเครื่องมือจักรกลของหน่วยมาตัดถนนขึ้นไปยังที่พักสงฆ์  และปรับที่บริเวณที่สร้างอุโบสถในปัจจุบันให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  โดยมีคุณโยมครูประสิทธ์ เป็นผู้ดูแลบอกเขตให้  ทุกอย่างเหมือนกับเป็นเรื่องที่ถอยไม่ได้แล้ว  จึงได้ดำเนินการต่อไป  โดยสร้างกุฏิทรงไทยถาวรขึ้น  ประชาชนชาวอำเภอแม่สอดหลายๆท่านก็ได้ให้การสนับสนุนตั้งแต่บัดนั้นมาจนถึงทุกวันนี้  และปลายปี พ.ศ. 2524  คุณอุทัย  มนธาตุผลิน  พร้อมด้วยคุณบุญมี  คุ้มชาติ  คุณสมศักดิ์  กิจชูศรี  คุณรัญจวน  กสินธุ์ศรี  และคุณทวี  สุพรรณฮี  เพราะขณะนั้นคุณอุทัยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองกษาปณ์  ได้จัดกฐินสามัคคีพร้อมด้วยชาวคณะจังหวัดพิจิตรนำโดย คุณบุญธรรม  พิทักษ์  ประถมศึกษาจังหวัดพิจิตรร่วมทอดกฐินพร้อมด้วยชาวอำเภอแม่สอด  ทอดกฐินได้ปัจจัยเป็นทุนครั้งแรก 400,000 บาทเศษ  และก็ดำเนินการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนี้

เรื่องการดำเนินเรื่องทางกรมป่าไม้  กระทรวงเกษรและสหกรณ์  ได้รับอนุญาตที่ให้สร้างวัดได้เป็นจำนวน 15 ไร่  ตามหนังสือเล่มที่ 112 ฉบับที่ 08 ที่ทำการศาลากลางจังหวัด  เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2528  อนุญาตให้กรมการศาสนา (โดยศึกษาธิการอำเภอแม่สอด)  เมื่อได้รับอนุญาตเรื่องที่แล้ว  กรรมการจึงทำเรื่องขออนุญาตสร้างวัดไปทางกระทรวงศึกษาธิการ  ได้รับหนังสืออนุญาตให้สร้างวัดได้เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2528  จากนั้นจึงทำเรื่องขอตั้งวัดในพระพุทธศาสนา  ทางกระทรวงศึกษาธิการประกาศตั้งเป็นวัดชื่อ “วัดโพธิคุณ”

 

  copyright@2007 http://watpotikhun.webwat.net created by webwat.net